สิ่งที่คุณไม่ควรพลาดในฤดูใบไม้ผลิ

ฤดูใบไม้ผลิตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนพฤษภาคม ช่วงเวลาที่ดอกซากุระบาน เริ่มตั้นแต่ภาคใต้ของประเทศไล่จนถึงภาคเหนือ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมดอกซากุระบานเต็มที่ในบริเวณกรุงโตเกียว คือช่วงราวปลายเดือนมีนาคมจนถึงต้นเดือนเมษายน อย่างไรก็ตาม การบานของดอกซากุระนั้นต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ อากาศต้องเปลี่ยนจากหนาวเป็นอบอุ่นจึงจะกระตุ้นให้ดอกซากุระนั้นบานได้ และระหว่างวันที่ 29 เมษายน ถึง 5 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นช่วง Golden Week ของชาวญี่ปุ่นที่จะได้หยุดพักผ่อนติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน แน่นอนอากาศในฤดูใบไม้ผลินั้นกำลังเย็นสบาย และเราจะรู้สึกอบอุ่นขึ้นเมื่อได้สัมผัสกับแสงอาทิตย์ เป็นช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตได้ง่ายๆสบายๆ เหล่าพืชพันธุ์ต่างงอกเงย ดอกไม้ต่างออกดอก ทำให้ฤดูใบไม้ผลิในโทยามะเต็มไปด้วยสีสันแห่งต้นไม้ใบหญ้าและดอกไม้อันงดงาม โดยเฉพาะดอกซากุระที่ถือเป็นตัวแทนบอกการมาเยือนแห่งฤดูใบไม้ผลิ และจุดชมซากุระที่มีชื่อเสียงมากที่สุดจุดหนึ่งของเมืองก็คือบริเวณริมแมน้ำมาซึที่ไหลผ่านใจกลางของเมืองโทยามะ ซึ่งสามารถชื่มชมต้นซากุระที่เรียงรายสองฝั่งแม่น้ำ ถ้าได้มีโอกาศนั่งเรือชม โดยล่องไปตามแม่น้ำ ได้ลอดผ่านอุโมงค์ซากุระที่งดงามดั่งอยู่ในฝันแล้วล่ะก็ คงจะเป็นความทรงจำดีๆที่ไม่ลืมเลือนครั้งหนึ่งเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมี “งานโทนามิทิวลิปแฟร์” ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคมของทุกปีในเมืองโทนามิ เป็นเทศกาลยิ่งใหญ่ที่ท่านจะได้พบกับดอกทิวลิปกว่าล้านต้นจาก 500 สายพันธุ์ที่พร้อมใจกันแบ่งบานต้อนรับผู้มาเยือน และยังมีการแสดงคอนเสิร์ต และการแสดงโชว์อื่นๆที่สนุกสนานให้ผู้เยี่ยมชมได้สนุกสนานเพลิดเพลินอีกด้วย นอกจากนี้ เส้นทางเอลป์ ทาเตยามะ-คุโรเบะที่ถูกทับถมด้วยกองหิมะหนาก็จะเปิดให้เยี่ยมเยือนได้อีกครั้งในช่วงนี้นี่เอง ทัศนียภาพงดงามของฤดูใบไม้ผลิที่พลาดไม่ได้อีกอย่างก็คือ “ยุคิ โนะ ไดฟุคุ” กำแพงหิมะอันทรงพลังซึ่งสูงถึง 20 เมตร เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องมาเยี่ยมชม พร้อมๆกับเส้นทางเอลป์ที่ถูกเปิด รถไฟโทร็อกโกะที่วิ่งข้ามหุบเขาคุโรเบะก็จะเปิดให้บริการเช่นเดียวกัน ที่หุบเขาคุโรเบะอันเขียวขจีนั้น […]

ฤดูกาลและสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมสำหรับท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ

ฤดูกาลในประเทศอังกฤษประกอบด้วย 4 ฤดู ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ฤดูร้อนในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม ฤดูใบไม้ร่วงในช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน และฤดูหนาวในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ประเทศอังกฤษมีชื่อในเรื่องของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ฝนตกชุก มีวันฝนตกอยู่เกินกว่าครึ่งปีในแต่ละปี และอากาศในอังกฤษในแต่ละวันก็เป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดา ดังนั้นเมื่อออกนอกบ้าน ผู้คนที่นี่จึงมักจะเตรียมพร้อมในเรื่องของร่ม เสื้อผ้า กันฝน กันลม กันหนาว ติดตัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลใด อากาศที่อังกฤษมักจะได้รับอิทธิพลมาจากทะเล ที่อังกฤษลมแรงเกือบตลอดทั้งปี และที่ฝนตกบ่อยเช่นกันหลายๆครั้งไม่มีทีท่าว่าฝนจะตกแต่ฝนก็ยังตกได้ ดังนั้นการมาเที่ยวอังกฤษควรพกร่มมาด้วยแต่เมื่อมาเที่ยวแล้วฝนตกก็ไม่ต้องวิตกเพราะชาวอังกฤษชินกับฝนตกเสียแล้วและชาวเมืองก็สามารถออกไปเที่ยวไหนต่อไหนได้ต่อให้ฝนตกเพราะฉะนั้นเราๆ ท่านๆไม่ต้องกังวลกับฝน เที่ยวไปทั้งๆที่ฝนตกนั่นแหละ ส่วนในเรื่องของอุณหภูมิย่อมมีการเปลี่ยนแปลงและในแต่ละส่วนในแต่ละเมืองของอังกฤษของมีอุณหภูมิต่างกันบ้าง โดยส่วนใหญ่จะเย็นกว่าลอนดอน การเปลี่ยนเวลาประเทศอังกฤษมีการหมุนเข็มนาฬิกาปรับไปปรับมาอยู่ 2 ครั้งในรอบหนึ่งปี เพื่อถือเป็นการชดเชยกับสภาพเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตกในแต่ละช่วงฤดูกาล ช่วงย่างเข้าฤดูร้อนที่พระอาทิตย์เริ่มตกช้าลงไปในแต่ละวัน ในเช้ามืดของวันอาทิตย์หนึ่งของเดือนมีนาคม รัฐบาลจะประกาศให้ทุกคนปรับหมุนเข็มนาฬิกาของตนไปข้างหน้า 1 ชั่วโมง และให้ใช้เวลาดังกล่าวเรื่อยไปจนถึงวันอาทิตย์หนึ่งในช่วงเดือนตุลาคม ที่พระอาทิตย์เริ่มตกเร็วขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง จึงประกาศให้ทุกคนหมุนเข็มนาฬิกาย้อนกลับมา 1 ชั่วโมง ให้มาอยู่ที่เดิม การศึกษาสภาพภูมิอากาศเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญและใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจ ดังนั้นการศึกษาหาข้อมูลล่วงหน้าจึงมีความจำเป็นและสามารถเป็นแนวทางเพื่อที่จะปรับตัวหรือเตรียมตัวสำหรับท่านที่มีความต้องการจะไปท่องเที่ยวที่ประเทศอังกฤษ เนื่องจากประเทศอังกฤษจัดเป็นประเทศที่เป็นหมู่เกาะ ดังนั้นจึงมีอากาศเปลี่ยนแปลงมากและมีฝนตกอยู่เรื่อยๆ ซึ่งสภาพภูมิอากาศทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษจะมีอากาศหนาวมากกว่าทางอังกฤษตอนใต้ เดือนที่ฝนตกน้อย คือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฎาคม อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม 1-4 องศาเซลเซียส และมีอุณหภูมิสูงสุดในช่วงเดือนกรกฎาคม 18 […]

เทศกาลช่วงฤดูใบไม้ผลิ ในประเทศเกาหลีใต้

ฤดูใบไม้ผลิ Spring ช่วงปลายเดือนมีนาคม ถึง เดือนมิถุนายน มีเทศกาลที่น่าสนใจ ดังนี้ เดือนเมษายน เทศกาลชินโด ยองดึง น้ำทะเลแยก (Jindo Yeongdeung Festival) จัดขึ้นที่ เมืองชินโด (Jindo) จังหวัดชลลานัม-โด (Jeollanam-do)เดินทางโดยรถประจำทางจากสถานีขนส่งโซลไปยังเกาะชินโด (ใช้เวลา 6 ชั่วโมง วันละ 4 รอบ) หรือ โดยรถประจำทางไปควางจู (Gwangju) จากท่ารถด่วนโซลและต่อด้วยรถเข้าเมืองชินโดที่สถานีรถควางจู (ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที วันละ 50 เที่ยว) เทศกาลนี้จะจัดขึ้นทุกปี ช่วงที่น้ำลด และเกิดเป็นทางกว้าง 40 เมตรยาว 2.8 กิโลเมตร ระหว่างเมืองจินโดถึงเกาะโมโด โดยเหตุการณ์นี้ถูกค้นพบโดยท่านปีแอร์ รังดี (Pierre Randy) ท่านอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำเกาหลี ซึ่งปรากฏการณ์นี้ผู้คนพากันเรียกว่า “มหัศจรรย์แห่งโมเสส” เทศกาลจะจัดแสดงตามตำนานด้วยการล่องทะเลด้วยแพท่อนซุง การสักการะของชาวประมงต่อเทพแห่งทะเล และการชุมนุมของกุ้งหอยบนถนนทะเล […]

สวนใต้น้ำ ฤดูใบไม้ผลิที่สวยงามราวกับหลุดไปในโลกของเทพนิยาย

ธรรมชาติเป็นผู้สร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ที่เหนือกำลังและสติปัญญาแห่งมนุษย์จะรังสรรค์ขึ้นมา รวมทั้งสวนสาธารณะใต้น้ำในเมืองทาโกส แห่งแคว้นชไตเรีย ประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาโฮชวาร์ปซึ่งสูงลิบลิ่ว ทำให้บนยอดเขาปกคลุมไปด้วยหิมะเกือบทั้งปี และหิมะนี้เองเป็นปัจจัยสำคัญทำให้สวนสาธารณะใต้บาดาลแห่งนี้เกิดขึ้นและคงอยู่เป็นเวลา 6 เดือนในแต่ละปี เป็นวงจรสลับกันไปเช่นนี้มานานแล้ว ในฤดูหนาวและใบไม้ร่วงที่กินเวลาประมาณ 6 เดือนในแต่ละปี น้ำในทะเลสาบสีเขียวแห่งเทือกเขาโฮชวาร์ป จะลดลงจนพื้นที่ดินบริเวณโดยรอบโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ และกลายเป็นแหล่งชมธรรมชาติ พักผ่อนหย่อนใจในฤดูที่มีอากาศเย็น ผู้คนที่มาเยือนสามารถเดินไปบนเส้นทางรอบทะเลสาบ เมื่อเมื่อยขาก็สามารถนั่งพักบนเก้าอี้ยาวชมความงามวิจิตรแห่งทะเลสาบแห่งนี้ ส่วนในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิที่มีอากาศอบอุ่น หิมะบนยอดเขาจะละลายกลายเป็นสายธารไหลลงแหล่งน้ำใกล้เคียงนั่นก็คือทะเลสาบในบริเวณตีนเขา เอ่อล้นขึ้นมาบนฝั่งท่วมเส้นทางเดินเท้า และเก้าอี้ยาว ที่เคยใช้นั่งพักผ่อนในช่วงฤดูหนาวและใบไม้ร่วง ทำให้เกิดภาพของสวนสาธารณะใต้บาดาล ที่หากไม่ได้รับความกรุณาจากธรรมชาติแล้วก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ส่วนผู้ที่อยากชมความแปลกประหลาดแห่งปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สร้างสวนสาธารณะใต้น้ำนั้นก็คงต้องแบกถังอากาศและสวมชุดดำน้ำ ดำลงไปตามเส้นทางที่ในช่วง 6 เดือนก่อนยังเป็นพื้นดินแห้งที่เดินย่ำไปได้เท่านั้น น้ำในทะเลสาบแห่งนี้เป็นสีเขียวเข้มดั่งมรกต เนื่องจากเป็นน้ำบริสุทธิ์ที่กลั่นตัวจากน้ำแข็งและหิมะบนยอดเขา ก่อให้เกิดจิตรกรรมทางธรรมชาติที่งามล้ำค่าเกินกว่าที่มนุษย์จะรังสรรค์ขึ้นมาได้ จึงมีหน้าที่เพียงการชื่นชมและรักษาความงามของทะเลสาบแห่งนี้ให้วงจรการเกิดและดับของสวนสาธารณะใต้บาดาล รวมทั้งธรรมชาติที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้คงอยู่ต่อไป

เทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีของประเทศญี่ปุ่น

ฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูที่สวยงามอีกฤดูหนึ่งของปี โดยเฉพาะเมื่อใบของต้นแปะก๊วยสูงใหญ่เรียงรายสองข้างถนน ซึ่งเป็นเมนสตรีทของโอซาก้าเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสดงดงาม และที่สวนสาธารณะซึ่งมีปราสาทโอซาก้า ตั้งอยู่ก็จะพบต้นเมเปิ้ลจำนวนมากเปลี่ยนสีเป็นสีแดงและส้มไปทั่วทุกแห่งหน และนั่นย่อมหมายถึงว่างาน Midosuji Kappo กำลังจะเริ่มขึ้น ซึ่งผู้คนจำนวนมากจะพากันมาร่วมฉลองเล่นดนตรี ขับร้องฟ้อนรำ หรือเล่นเกมส์ต่างๆอย่างเสรี สร้างบรรยากาศที่ครึกครื้นได้ไม่น้อย ซึ่งเทศกาลที่อยากแนะนำเป็นพิเศษสำหรับฤดูใบไม้ร่วงได้แก่ เทศกาลไหว้พระจันทร์แบบญี่ปุ่น หรือ Otsukimi เช่นที่ศาล Sumiyoshi Taisha หรือเทศกาลประดับดอกเบญจมาศที่สวนสาธารณะในบริเวณปราสาทโอซาก้า และที่สวนสาธารณะ Tennoji Koen และเทศกาล Kishiwada Danjiri ในเมือง Kishiwada ทางตอนใต้ของโอซาก้าเป็นต้น โอซาก้าให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปตามฤดูกาลที่ท่านมาเยือน ทุกๆฤดูมีเสน่ห์และน่าอัศจรรย์ในตัวของมันเองขึ้นอยู่กับลักษณะสภาพอากาศที่คุณชื่นชอบและกิจกรรมที่คาดหวังว่าจะทำ หากต้องการมาชื่นชมความงดงามทางธรรมชาติ ชมดอกซากุระบานสะพรั่งแต้มสีสันสวยงามหรือเทศกาลฮานามิ ควรเดินทางมาช่วงเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคม สำหรับเดือนมิถุนายนและเดือนกันยายนเป็นเดือนที่มีอากาศเย็นสบายเหมาะแก่การท่องเที่ยวแม้อาจมีฝนตกบ้างบางคราว จึงควรเตรียมเสื้อกันฝนไปด้วยหากวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย ญี่ปุ่น นับเป็นประเทศที่เจริญก้าวหน้ามากๆแต่ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม เอกลักษณ์ และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอีกหลายแห่งด้วยกัน ทำให้สามารถดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติได้ดีทีเดียว และสิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะโดดเด่นไม่แพ้เรื่องอื่นๆเลย ก็คือ อาหาร เพราะอาหารญี่ปุ่นมีความสวยงาม ตกแต่งอาหารได้อย่างมีเอกลักษณ์ชัดเจน และเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีของประเทศญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่หลายๆคนอยากไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง ซึ่งใบไม้ส่วนใหญ่จะเริ่มเปลี่ยนสีจากสีขาวเป็นสีเหลืองส้มหรือแดง ก่อนที่จะร่วงหล่นไปจนหมดต้น ทำให้ธรรมชาติในยามนั้นงดงามด้วยสีที่สดใสตระการตา และตามปกติใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจากทางภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ของญี่ปุ่น ราวต้นเดือนตุลาคมจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี แต่ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสีอาจจะคลาดเคลื่อนแตกต่างกันไปในแต่ละปี เพราะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและอุณหภูมิในปีนั้นๆ

ช่วงเวลาที่สวยงามและสุดแสนโรแมนติคอีกครั้งหนึ่งของญี่ปุ่นก็คือฤดูใบไม้ร่วง

ข้อมูลที่ควรรู้ที่เประเทศญี่ปุ่น เมื่อเข้าสู้ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.-พ.ย.) ใบไม้ส่วนใหญ่จะเริ่มเปลี่ยนสี จากสีเขียวเป็นสีเหลืองส้มหรือแดง ก่อนที่จะร่วงหล่นไปจนหมดต้น ใบของต้นไม่บางชนิดเช่น ใบอิโจ (แปะก้วย) จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ก่อนจะร่วงหล่นไปจนหมดต้น ทำให้ธรรมชาติในยามนั้นงดงามด้วยสีสดใสตระกาลตาน่าภิมย์ยิง ซึ่งน่าจะเรียกเป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีมากกว่าฤดูใบไม้ร่วงตามปกติ ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจากทางภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ของญี่ปุ่นราวต้นเดือนตุลาคม จนถึงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งตรงกันข้ามกับดอกซากุระที่จะเริ่มบานจากท้องถิ่นทางภาคใต้ขึ้นสู่ภาคเหนือ แต่ช่วงเวลาที่ดอกซากุระบานจะคลาดเคลื่อนแตกต่างกันไปในแต่ละปี ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และอุณหภูมิในปีนั้นๆ ช่วงเวลาที่สวยงามและสุดแสนโรแมนติคอีกครั้งหนึ่งของญี่ปุ่น ก็คือฤดูใบไม้ร่วงนี้ เพราะตามหุบเขา ธรรมชาติของญี่ปุ่น จะเต็มไปด้วยต้นไม้ที่พร้อมใจกันเพิ่มความงดงามให้กับขุนเขา แต่แข่งขันกันอวดสีสันของใบไม้ เป็นมนต์เสน่ให้นักท่องเที่ยว ทั้งหลายต่างหลงใหล และติดใจ อยากจะมาชมความงดงามในทุกๆ ปี ถึงแม้ว่า ต้นไม้ทุกต้นในญี่ปุ่นจะพร้อมใจกันเปลี่ยนกันเปลี่ยนสี ในทุกพื้นที่ หรือทุกๆ เมืองของญี่ปุ่น แต่ถ้าหากท่านได้ไปชมความงดงาม ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ อย่างภูเขา ท่านจะได้รับความประทับใจอย่างแน่นอน โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น หรือเขตโทโฮกุ และเส้นทาง Kurobe Alpine Route หรือรู้จักกันเป็นอย่างดีอีกชื่อหนึ่งคือ Japan Alp นั่นเอง ตั้งอยู่ในเขตจูบุ ซึ่งเต็มไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งการเดินทางยังมีความน่าตื่นเต้น ลัดเลาะไปตามขุนเขา หรือจะนั่งกระเช้าไฟฟ้า เพิ่มอรรถรสในการชมธรรมชาติที่หุบเขาคุโรเบะได้เป็นอย่างดี […]

ฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการท่องเที่ยวยุโรป

การเปลี่ยนสีของใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วง เป็นปรากฏการณ์ผลกระทบที่เกิดกับใบไม้ของต้นไม้หรือไม้พุ่มผลัดใบที่โดยปกติแล้วมีสีเขียว เปลี่ยนสีกลายเป็นสีเหลืองถึงแดงโดยใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์ในฤดูใบไม้ร่วง ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า fall colors หรือ autumn colors ใบไม้มีสีเขียวเพราะการมีอยู่ของเม็ดสีที่เรียกว่าคลอโรฟิลล์ เมื่อมีคลอโรฟิลล์จำนวนมากในเซลล์ของใบไม้ เช่น ช่วงฤดูที่พืชพันธุ์เจริญงอกงาม สีเขียวของคลอโรฟิลล์จะมีอำนาจเหนือและปกคลุมเม็ดสีอื่นๆที่อาจมีอยู่ในใบไม้ ดังนั้นใบไม้ในฤดูร้อนจึงมีสีเขียว ในปลายฤดูร้อนกลางวันสั้นลงและอุณหภูมิลดต่ำลง เส้นใบซึ่งเป็นทางผ่านของเหลวเข้าและออกจากใบจะค่อยๆปิดทีละน้อยๆ ทำให้น้ำและแร่ธาตุเข้าสู่ใบไม้น้อยลง ในช่วงนี้คลอโรฟิลล์ในใบไม้จะลดลง จึงเกิดการเปลี่ยนสีในที่สุด ฤดูใบไม้ผลิ เป็นช่วงเดือนที่ยุโรปกลับมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่มีความวิเวกวังเวงและเยือกเย็นของฤดูหนาวผ่านพ้นไปแล้วดอกไม้ใบหญ้าเริ่มผลิดอกออกใบทำให้มีชีวิตชีวา ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมไปเยือนยุโรปช่วงนี้มากที่สุด เพราะอยู่ระหว่างโรงเรียนปิดภาคฤดูร้อน และที่สำคัญคือเป็นช่วงที่ดอกไม้ในยุโรปเบ่งบานงดงามที่สุด โดยเฉพาะในฮอลแลนด์ มีงานเทศกาล ดอกทิวลิป และสวนพฤกษชาติเคอเคนฮอฟ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของมวลดอกไม้นานาพันธุ์สดสีสวยงาม เปิดให้เข้าชมตอนกลางเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคมเท่านั้น อากาศกำลังสบายน่าเที่ยว อุณหภูมิเฉลี่ย 12-22 องศาเซลเซียส ฤดูใบไม้ผลิ อากาศจะเย็นสบายและไม่ร้อนจนเกินไป ช่วงต้นของฤดูใบไม้ผลิหรือปลายฤดูหนาวอาจยังคงหนาวเย็นอยู่บ้าง แต่ว่าจากกลางเดือนเมษายนจนถึงเดือนพฤษภาคม สภาพอากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นเรื่อยๆ โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนมีนาคมประมาณ 5 องศา และในเดือนเมษายนอากาศก็จะเริ่มอุ่นขึ้น แต่ว่าอากาศในเวลากลางคืนส่วนมากก็ยังคงหนาวอยู่ ส่วนในช่วงเดือนพฤษภาคมเวลากลางวันอากาศจะเย็นสบาย โดยมีอุณหภูมิประมาณ 20 องศากว่าๆ ต้นไม้เริ่มผลิใบ ท้องทุ่งเริ่มมีหญ้าสีเขียวอ่อนสีเขียวแก่ลาดสลับกันไปมาตามสภาพภูมิประเทศ ดอกไม้ใบหญ้าก็จะบานสะพรั่งเห็นเป็นสีสันสวยสดงดงามไปทั่วทุกแห่ง ท้องฟ้าก็เริ่มมืดช้าลงคือ จะมืดตอนประมาณสองทุ่ม […]

มาถึงแล้วเทศกาลชมดอกซากุระ Cherry Blossoms

ซากุระ เป็นต้นไม้ในตระกูลเดียวกับต้นเชอร์รี ในประเทศญี่ปุ่นมีซากุระกว่า 300 สายพันธุ์ โดยแต่ละพันธุ์ก็จะมีลักษณะดอกที่แตกต่างกันไป เช่นบางพันธุ์มี 5 กลีบ บางพันธุ์มี 10 กลีบ หรือมากถึง 100 กลีบ และสีของดอกซากุระก็ต่างกันด้วยเช่นกัน โดยจะมีตั้งแต่สีขาว ชมพูอ่อน ชมพูเข้ม ม่วง ฯลฯ โดยดอกซากุระนี้จะผลิบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น คือจะเริ่มผลิดอกเร็วที่สุดราวกลางเดือนมีนาคมในท้องถิ่นทางภาคใต้สุดของญี่ปุ่น และจะผลิดอกช้าที่สุดราวปลายเดือนพฤษภาคมทางภาคเหนือสุด แต่ก็มีบางสายพันธุ์ที่ผลิดอกเร็วกว่าหรือช้ากว่า ชาวญี่ปุ่นรับรู้ถึงการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิผ่านการออกดอกของต้นซากุระ เมื่อต้นซากุระทุกต้นออกดอกพร้อมกันในเดือนเมษายนของทุกปี ถนนสายต่างๆจะถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีชมพู และผู้คนจะยิ้มอย่างตื่นเต้นพร้อมกับออกไปชมภาพดอกซากุระบาน ดอกซากุระจะเรืองแสงหลังพระอาทิตย์ตก ดั้งนั้นผู้คนจึงสามารถมาชมดอกซากุระในเวลากลางคืนได้อีกด้วย ซึ่งในการชมภาพดอกซากุระบาน ผู้คนสามารถเดินเล่นรอบบริเวณเหล่านี้ พร้อมทั้งเพลิดเพลินกับดอกซากุระในฉากของสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชมดอกซากุระ จะเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมไปจนถึงพฤษภาคมของทุกปี การบานของดอกซากุระจะขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ ไม่ใช่ว่าที่ไหนหรือเวลาไหนก็บานได้ โดยปกติแล้วจะเป็นช่วงเวลาที่อากาศกำลังเย็นสบาย ไม่หนาวหรือร้อนจนเกินไป ซึ่งมักจะเป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างฤดูหนาวกับฤดูใบไม้ผลินั่นเอง และเนื่องจากประเทศญี่ปุ่นมีภูมิประเทศวางในลักษณะแนวตั้ง โดยดอกซากุระจะบานเพียงช่วงสั้นๆ นับจากวันที่เริ่มผลิดอก จนถึงวันที่ดอกบานสะพรั่งที่สุด รวมแล้วประมาณ 7 วันเท่านั้น และหลังจากนั้นก็จะร่วงโรยไปทันที 5 อันดับสถานที่ที่มีต้นซากุระหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น 1. ภูเขาโยชิโนะ จังหวัดนารามีซากุระ 30,000 […]

ฤดูใบไม้ผลิในเทศกาล Floriade

แคนเบอร์รากลับมามีชีวิตชีวาด้วยดอกไม้นับล้านบานสะพรั่งรับฤดูใบไม้ผลิในเทศกาล Floriade ซึ่งเป็นเทศกาลดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย ตลอดช่วงเวลา 30 วันอันหอมกรุ่นในเดือนกันยายนและตุลาคม เมื่อมวลดอกไม้แย้มกลีบบานก็เกิดภาพที่แสนอัศจรรย์ ทั้งนี้ ในแต่ละปีจะมีการกำหนดรูปแบบงานที่แตกต่างกันไป นี่คือสิ่งที่แต่งแต้มตามฤดูกาลหลากสีสันให้กับสวนสาธารณะสีเขียวและสวนพืชพันธุ์พื้นเมืองของแคนเบอร์รา ดื่มด่ำกับสีสันของดอกไม้ขณะเที่ยวชมตลาดและแผงสินค้าขายอาหาร เข้าร่วมเวิร์กช็อป นิทรรศการ และการแสดงดนตรีสด เรียนรู้เกี่ยวกับการทำสวน เพลิดเพลินกับภาพยนตร์ หรือเดินทางตามเส้นทาง Floriade Trail ไปยังหอศิลป์ อนุสาวรีย์ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเมืองหลวงของประเทศ ทุกๆ ปี เทศกาล Floriade จะต้อนรับนักท่องเที่ยวจากในท้องถิ่น ต่างรัฐ และต่างประเทศกว่า 400,000 คน ชมเมืองแคนเบอร์ราที่มีชีวิตชีวาด้วยดอกไม้บานในฤดูใบไม้ผลินับล้านดอกที่งาน Floriade ซึ่งเป็นงานเทศกาลดอกไม้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย ตลอดช่วงเวลาอันหอมหวน 30 วันในเดือนกันยายนและตุลาคม แปลงดอกไม้ของสวนคอมมอนเวลธ์ (Commonwealth Park) จะแปรเปลี่ยนประดุจเป็นผืนผ้าใบที่ระบายด้วยภาพของดอกไม้ขนาดยักษ์อันตระการตา นี่คือสีสันตามฤดูกาลที่เพิ่มเติมให้กับพื้นที่โล่งสีเขียวและสวนพื้นเมืองของแคนเบอร์รา ดื่มด่ำกับสีสันของดอกไม้ แล้วเลือกชมสินค้าในตลาดที่คึกคักและร้านอาหารแสนอร่อย จากนั้นชมเวิร์คชอป นิทรรศการ และการแสดงดนตรีสด ศึกษาเกี่ยวกับวิธีการทำสวน เพลิดเพลินไปกับภาพยนตร์ท่ามกลางดอกไม้ใต้แสงไฟ หรือจะตามรอยเส้นทางฟลอริเอด (Floriade Trail) เพื่อไปชมสถานที่ท่องเที่ยวของแคนเบอร์ราที่มีกลิ่นอายของฤดูใบไม้ผลิก็ได้ แปลงดอกไม้ในเทศกาล […]

ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูแห่งการเริมต้นของคนญี่ปุ่น

ยามที่เห็นดอกซากุระเบ่งบานนั้นก็คือเครื่องหมายว่าฤดูใบไม้ผลิได้มาเยือนแล้ว ถ้าพูดถึงฤดูใบไม้ผลิแล้วคนญี่ปุ่นมักจะเปรียบเปรยว่าเป็นฤดูแห่งการเริ่มต้นใหม่ แล้วเพราะสาเหตุใด ทำไมถึงเรียกว่าฤดูแห่งการเริ่มต้น เรามาดูกันดีกว่าว่าในฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่นมีการเริ่มต้นใหม่อะไรกันบ้าง 1. เป็นฤดูของการเริ่มต้นชีวิตใหม่เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือน ความอบอุ่นก็เข้ามาละลายความหนาวเหน็บของฤดูหนาว เหล่าต้นไม้ใบหญ้า ดอกไม้ และเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ก็เริ่มแตกหน่อผลิบาน รวมไปถึงชีวิตน้อยๆ ของลูกสัตว์หลากสายพันธุ์ก็มักจะถือกำเนิดขึ้นในฤดูอันอบอุ่นนี้ ดังนั้นฤดูใบไม้ผลิจึงเป็นฤดูที่กำเนิดชีวิตใหม่ของสรรพสิ่งขึ้นมากมาย 2. เป็นฤดูเปิดภาคเรียนและจบการศึกษาดังที่เรามักจะเห็นกันบ่อยๆ ในการ์ตูนญี่ปุ่นยามที่ภาคเรียนการศึกษาใหม่ของเด็กนักเรียนเริ่มต้นนั้นจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่มีดอกซากุระโปรยปรายเป็นฉากหลังอย่าสวยงาม และเช่นเดียวกับช่วงเวลาแห่งการลาจากชีวิตวัยเรียน ก็เป็นฤดูนี้เช่นกัน ถือเป็นฤดูที่เริ่มต้นชีวิตการเรียนในภาคเรียนใหม่ และเป็นฤดูที่เริ่มชีวิตใหม่เปลี่ยนจากสภาพนักเรียนเป็นผู้ใหญ่ในสังคมมากขึ้น ต้องพบเจอผู้คนหน้าใหม่และอำลาเหล่าผู้คนที่คุ้นเคย ด้วยเหตุนี้ชาวญี่ปุ่นบางคนก็ว่าฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูแห่งการพบพานและลาจาก 3.เป็นช่วงฤดูรับพนักงานใหม่เข้าทำงานช่วงฤดูใบไม้ผลิจนถึงช่วงต้นฤดูร้อนสำหรับนักศึกษาปีสามปีสี่ของญี่ปุ่น คือช่วงที่ต้องแข็งขันขวนขวายหาที่ฝึกงานหรือสมัครงาน เป็นช่วงหางานอันดุเดือดของเหล่านักศึกษาหน้าใหม่ไฟแรงที่เรียกว่าช่วง Shokugyo Katsudou (職業活動) ในช่วงนี้เหล่านักศึกษาจะแต่งชุดทางการใส่สูทสีดำเดินกันขวักไขว่เข้าบริษัทนู้น บริษัทนี้ เพื่อยื่นใบสมัครและเข้าสอบสัมภาษณ์ 4.เป็นฤดูแห่งการเริ่มต้นสายสัมพันธ์ใหม่ฤดูใบไม้ผลิอาจเรียกได้อีกนัยว่าเป็นฤดูแห่งความรัก เพราะฤดูใบไม้ผลิมีการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ดังเช่นที่ได้กล่าวไป ทั้งการศึกษาภาคเรียนใหม่ ห้องเรียนใหม่ เพื่อนใหม่ ทั้งสภาพวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ ที่ทำงานและเพื่อนร่วมงานใหม่ ดังนั้นฤดูใบไม้ผลิจึงเป็นฤดูที่มีโอกาสจะได้พบเจอสิ่งใหม่ ผู้คนบางส่วนจึงคาดหวังถึงการพบเจอผู้คนใหม่ๆ ความสัมพันธ์ใหม่ๆ ในฤดูนี้ ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูที่อบอุ่น อ่อนโยน และเป็นฤดูที่มอบความหวังให้กับสิ่งมีชีวิตให้มีพลังใจในการต่อสู้ใช้ชีวิตผ่านความหนาวเหน็บในฤดูหนาวของชีวิตมาได้ เหมือนกับคำว่า ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ ถึงแม้จะต้องพบเจออะไร แต่ไม่ว่าอย่างไรฤดูใบไม้ผลิก็จะมาเยือนเสมอ